ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ชุดสืบสวนคอมมานโด นำโดย ร.ต.ต.วิฑูรย์ เกื้อสกุล รอง สว.(ป) กก.1 บก.ปพ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ สามารถติดตามจับกุมตัว นางสาวสุวิมล (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2508/2569 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น นำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก (บัญชีม้า) โดยจับกุมได้บริเวณริมถนนเชิดวุฒากาศ แขวงดอนเมือง เขตดอนเมือง กรุงเทพมหานคร

ย้อนกลับไปถึงจุดเริ่มต้นของคดีนี้ เกิดขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2568 โดยผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน หลังจากหลงเชื่อสายโทรศัพท์ปริศนาที่โทรเข้ามาแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่จาก สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยปลายสายได้ตั้งข้อกล่าวหาหนักเพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายเกิดความตื่นตระหนกตกใจว่า มีชื่อเข้าไปเกี่ยวพันกับคดีอาญาร้ายแรง และกล่าวหาว่าผู้เสียหายละเลยไม่ยอมไปรายงานตัวตามกำหนดเวลา เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจ กลุ่มมิจฉาชีพได้ยื่นข้อเสนอแนะว่าสามารถช่วยเหลือในการ “ผ่อนหนักให้เป็นเบา” หรือผ่อนโทษได้

แต่มีเงื่อนไขสำคัญคือ ผู้เสียหายจะต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบเส้นทางการเงินในบัญชีธนาคารเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ด้วยความหวาดกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีและหลงเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐจริง ผู้เสียหายจึงได้ปฏิบัติตามคำสั่ง ด้วยการโอนเงินสดทั้งหมดที่มีอยู่ในขณะนั้นจำนวน 320,500 บาท เข้าไปยังบัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ของนางสาวสุวิมล ตามที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ระบุทันที ก่อนจะมาพบในภายหลังว่าตนเองถูกหลอกลวงเสียแล้ว จึงรีบเดินทางเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

จากการสืบสวนเร่งรัดติดตามเส้นทางการเงินอย่างใกล้ชิดของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 1 บก.ปพ. ในที่สุดก็สามารถสืบทราบเบาะแสและพิกัดกบดานของผู้ต้องหารายนี้ กระทั่งนำกำลังเข้าปิดล้อมและจับกุมตัวได้ในพื้นที่ย่านดอนเมือง

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยยอมรับว่าได้รับการชักชวนจากนายจ้างให้ออกไปเปิดบัญชีธนาคาร ซึ่งในขณะนั้นอ้างว่าจะนำบัญชีดังกล่าวไปใช้รองรับเงินในการทำธุรกิจร้านค้า แต่หน้าที่ของผู้ต้องหาไม่ได้มีเพียงแค่การเปิดบัญชีเท่านั้น เพราะเมื่อมีเงินถูกโอนเข้ามา นายจ้างจะนำตัวผู้ต้องหาเดินทางไปกดเงินสดออกจากเคาน์เตอร์ธนาคารและตู้เอทีเอ็มด้วยตนเอง เพื่อนำเงินสดทั้งหมดส่งมอบให้กับนายจ้างแลกกับค่าตอบแทนเพียง 5,000 บาท เท่านั้น โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายมหาศาลที่เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์ “การเปิดบัญชีม้าหรือยอมให้ผู้อื่นนำบัญชีไปใช้ในทางที่ผิดกฎหมาย นำมาซึ่งโทษจำคุกและปรับหนักตามกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แม้จะได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย แต่ต้องรับโทษเท่ากับร่วมกันกระทำความผิด”

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ได้ทำการบันทึกจับกุมพร้อมแจ้งข้อหารายละเอียดตามหมายจับ ก่อนควบคุมตัวนางสาวสุวิมล ส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะทำการขยายผลติดตามจับกุมตัวนายจ้างรวมถึงผู้ร่วมขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์รายนี้มาลงโทษต่อไป